เอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม

 
 
 
 
 
 
 

 

อาจารย์โรเซ่ครับ…..

โดยปกติแล้ว การบ้านของอาจารย์น่ะนะครับ…

ไม่ยากครับ…

.

.

.

.

แต่มันไม่ใช่..

สำหรับนักเรียนปราการปราชญ์น่ะสิครับ…

.

.

.

อย่างน้อยก็คนหนึ่งแหละนะครับ

 

                   “แอนนาครับ…”

 

                   “หืม??”

 

                   “การบ้านดาบ….จะทำยังไงครับ?”

 

                   “เห?? เมทถามแบบนี้หมายความว่ายังไงกัน ฮึ่บบ!” แอนนาเบลเอ่ยด้วยน้ำเสียงกระเง้ากระงอด

พลางทำหน้ามุ่ยใส่เมทที่นอนเท้าคางอยู่บนเตียงข้างๆ มือทั้งสองพยายามออกแรงดึงวัตถุที่ดูจะหนักเหลือเกิน

ขึ้นจากพื้นอย่างสุดความสามารถ เหงื่อเม็ดโตที่เริ่มผุดขึ้นบนใบหน้าที่เริ่มจะฉายแววอ่อนล้ายิ่งทำให้ผู้มองยิ่ง

รู้สึกเหนื่อยแทน

 

                   “หมายความอย่างที่พูดครับ.....”เอนเซลว่าพลางเหลือบมองสิ่งที่อยู่ในมือเรียวของเพื่อนสาวที่ยัง

คงนอนกองอยู่บนพื้น

 

                    “……ยกดาบไม่ขึ้นอย่างนี้แล้วจะเอายังไงครับ…….?”

 

 

 

.

.

.

.

.

 

                “ความจริงไม่ใช่ว่าฉันยกดาบไม่ขึ้นซักหน่อยนะ แค่ถือลำบากเองหน่า”

 

              เสียงบ่นเจื้อยแจ้วของแอนนาเบลที่ล้มเลิกความตั้งใจที่จะยกดาบขึ้น ร่างบางของเพื่อนสาวกลิ้งไปมา

บนเตียงพลางกอดหมอนในอ้อมแขนแน่นเป็นเชิงระบายอารมณ์ในขณะที่เขาที่กำลังยืนมอง.. พร้อมกับระเบิด

หัวเราะเป็นเชิงตอกย้ำเพื่อนสาวที่บ่นไม่หยุดหลังจากที่เขาลองยื่นดาบของตัวเองให้แอนนาลองยกขึ้นดู เสียง

หัวเราะของเขาทำให้แอนนาเบลหันมาย่นจมูกใส่เขาก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงงอนๆ

 

              “เอนเซลไม่ต้องมาหัวเราะเลย ฮึ่ม คนขี้แกล้ง.. แถมๆนะ! ดาบของเอนเซลก็หนักเกินไปด้วย ฮึ่ม

มมมมม!!”

 

              ว่าแล้วเจ้าตัวก็กลิ้งไปมาด้วยความเร็วที่มากกว่าเดิมทันทีทำให้สาวน้อยเจ้าของเรือนผมสีทองยาวที่

เพิ่งเข้าห้องมาได้แต่มองอาการของเพื่อนร่วมห้องด้วยสายตางุนงง

 

             “แอนนา..เดี๋ยวก็เผลอกลิ้งทับลูกโป่งตัวเองแตกหรอก”

 

              เสียงเตือนนุ่มๆของเพื่อนสาวที่เพิ่งเข้าห้องมาทำให้แอนนาเบลชะงักการเคลื่อนไหวของตัวเองทันที

 

             “อ๊ะ…จริงด้วย...”

 

             “แต่ถึงจะยังไงก็เถอะนะ ถ้าไม่จำเป็นฉันจะไม่ใช่ดาบหรอกนะ คอยดูนะ ทั้งวันนี้ฉันจะหลบอยู่แต่ในห้อง

เลย”

 

              ว่าแล้วเจ้าตัวก็ดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมโป่ง พลางสอดสายตามองซ้ายมองขวาด้วยท่าทางระแวงสุดฤทธิ๋

เรียกเสียงหัวเราะของผู้อาศัยอยู่ห้องพักห้องหกแห่งปราการปราชญ์ให้ดังขึ้นอย่างที่มักจะเป็น

 

 

------

เอ… โอเคสวัสดีครับ~

 

วันนี้ผม เอนเซล ไอเซนเบิร์ก แห่งปราการปราชญ์ปี 3 จะมาขอรายงานการบ้านวิชาดาบครั้งที่หนึ่งนะครับผม

 

อา…แต่คงไม่มีภาพประกอบเพราะคอมผปค.ผมเพิ่งเดี้ยงดับอนาถไปนะครับ

 

หลังจากที่ผมเดินออกจากหอพักมาได้ซักพัก…

 

ก็ได้เจอกับป๊ะป๋าครับ…

 

เป็นคนที่สำหรับการบ้านนี้แล้วไม่อยากเจอเลยครับ (ถอนหายใจ)

 

สงสัยว่าทำไมก็ลองดูประวัติป๊ะป๋าเอาละกันครับ และคุณ…ก็จะเข้าใจผมเอง

 

ฮ่า ฮ่า..

 

แล้วก็ตามคาดครับ ป๊ะป๋าจะเอาลูกโป่งผมจริงๆด้วย

 

 

 

 

 

……....

                              

                               “ไง….”

                               

                               เสียงทักทายนุ่มๆ ของร่างสูง ทำให้เอนเซลที่เผลอชักดาบขึ้นกะทันหันเนื่องจากเห็นภาพ

บางอย่างถึงกับชะงักมือ เด็กหนุ่มหันไปมองต้นเสียงก่อนที่รอยยิ้มบนหน้าจะแปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มฝืดๆทันใดเมื่อ

เห็นเจ้าของเสียง

 

                               คือไม่ใช่ว่าไม่อยากเจอหรอกครับแต่ว่า….

 

                               ถ้าเจอกันวันอื่นผมจะดีใจ ม้าก มากครับ….

 

                               ภาพของชายหนุ่มเจ้าของส่วนสูง 200 เซน และผมสีดำแซมแดงที่บางส่วนถูกมัดเป็นจุก

เหมือนน้ำพุปรากฏอยู่ตรงหน้าเขา

 

                             “อะ ป๊ะป๋าสวัสดีครับ”เอนเซลเอ่ยทักทายด้วยรอยยิ้มที่กลับมาเป็นเหมือนเคยหลังจากฝืด

ไปได้สองสามวิ

 

                              “ว่าไง…..ได้ลูกโป่งของใครมาแล้วรึยังละ…..? ลูกสาว…”

 

                                เอาแล้วไงครับ ป๊ะป๋าแกมาแปลกจริงๆด้วยครับ…

 

                               คำทักทายของอีกฝ่าย ทำให้เขาอดรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีไม่ได้ แขนข้างที่ผูกลูกโป่งไว้

ค่อยๆขยับไพล่ไปด้านหลังเพื่อความโล่งใจของเจ้าของแม้เพียงซักนิดนึงก็ยังดี

 

                                “ยังไม่ได้เลยครับ.. ผมเพิ่งออกมาจากห้องเมื่อกี้เอง”

 

                                 ครับ… เพิ่งออกมาเองครับ… เพราะฉะนั้นขอได้มีโอกาสออกล่าลูกโป่งหน่อยได้มั้ยคร้าบ

 

                                 ในขณะที่เด็กสาวในร่างเด็กหนุ่มกำลังโอดครวญในใจ คนข้างหน้าก็ยังคงเอ่ยด้วยน้ำ

เสียงเอื่อยๆอย่างที่มักจะทำต่อไป

 

                                “เหรอ….แล้วมีใครที่อยากได้ลูกโป่งอยู่รึเปล่าละ?”

 

                                คำถามของป๊ะป๋าทำให้เอนเซลนิ่งนึกไปซักพัก ก่อนที่จะตัดสินใจได้ว่าไม่ได้มีเป้าหมาย

ใดที่อยากได้เป็นพิเศษในตอนนี้……. แต่ในอนาคตก็ไม่แน่นะ

 

                               “ก็ยังไม่ได้นึกเจาะจงใครเป็นพิเศษนะครับ… แล้วป๊ะป๋าละครับ?”

 

                                ยิ่งพูดก็ยิ่งรู้สึกไม่ปลอดภัยแปลกๆ ทำให้เขาอดที่จะเตรียมตัวกับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นไม่

ได้…

 

                                “……ก็…..ได้แล้วนี่ไง” เคย์ซีลว่าพลางเอื้อมมือเขามาหมายจะคว้าลูกโป่งที่ลอยอยู่ข้าง

หลังเขา พลางเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงนุ่มๆ

 

                                  “ขอนะ?”

 

                                   เรื่องสิครับ…

 

                                   โดยไม่ต้องคิด เอนเซลดีดตัวหนีมือของอีกฝ่ายทันทีอย่างไม่ลังเลและไม่หลงเสียงอัน

นุ่มน่าฟังของป๊ะป๋าด้วย (เรื่องใหญ่มากสำหรับคนรักป๊ะป๋า)

 

                                  ก็เพิ่งออกมาสูดอากาศภายนอกได้แป๊ปเดียวก็จะเสียลูกโป่งแล้วเหรอครับ ไม่มีทาง ไม่

ยอมหรอก !

 

                                   …………..

 

 

 

 

 

 

 

หลังจากนั้นผมก็รอดจากน้ำมือของป๊ะป๋าครับ ฮ่าๆ

 

หืม? ทำไมถึงไม่ยอมเล่าต่องั้นเหรอครับ…

 

ขี้เกียจครับ

ผมมาได้แค่นี้แหละครับ คงไม่เป็นไรหรอกนะครับ ฮ่า ฮ่า  ^ - ^ . . .

 

หลังจากนั้นผมก็เริ่มทำการล่าแต้มทันทีครับผม~

ผมก็ไปเริ่มต้นที่แผ่นดินประชาชนครับผม ไปตามหาคนคุ้นเคย~

แล้วก็เจออย่างรวดเร็วครับ พี่ชายสุดที่รัก เกล ล