[EGOT] EP1 TURN2

posted on 01 Aug 2013 23:47 by alice-puppet

 

 

 

Event for Iron Islands: 01

Storm at the Port

ผลลัพธ์: Vit -15%, Merit +6



พายุกำลังจะมา


ไอส์ลาเงยหน้ามองเมฆสีดำที่ตั้งเค้าอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ไม่ไกลมากนักจากซอล์ทคลิฟฟ์ คาดเดาว่าอีกไม่ถึงสามชั่วโมงพายุคงจะเข้าเกาะเหล็ก เธอก้มลงมองเหล่านักรบอโยชาติที่กำลังขนของขึ้นจากเรือเพื่อไปเก็บไว้ในโกดัง


เพราะหากปล่อยไว้ในเรือก็ไม่มีอะไรจะมายืนยันว่าเรือจะไม่แตกเพราะแรงพายุ


เพื่อกันไม่ให้ของที่ปล้นชิงมาได้ต้องสูญหายไปเพียงเวลาไม่กี่ชั่วโมงที่กองทัพสายลมปะทะกับท้องทะเล ทางออกที่ดีที่สุดคือเก็บมันไว้ในสถานที่ที่ถูกสร้างอย่างมั่นคง และภาวนาว่าก้อนหินที่ถูกซ้อนต่อกันขึ้นเป็นคลังสินค้าจะไม่ถูกลมหอบขึ้นฟ้าไป


เพราะจะไม่ใช่แค่สมบัติที่จะหายไป


แต่ถ้าไอ้หินนั้นร่วงหล่นลงบนบ้านคนหรือปราสาท....


ไม่อยากจะนึกถึงสภาพ...


ไอส์ลาสบถด่าวายุเทพอย่างหงุดหงิด มันผู้นั้นไม่รู้จักเข็ดเสียบ้างที่มาท้ารบกับชลคตเทพ กี่ครั้งกี่คราผู้พ่ายแพ้ยังคงเป็นเจ้าเทพตัวหมุนนั่น เพราะสุดท้ายผืนนํ้าก็ยังคงอยู่ มีแต่พายุที่คลายไป


พ่ายแพ้ครั้งแล้วครั้งเล่าก็ยังคงบากหน้ามารบซํ้าแล้วซํ้าอีก


ทั้งๆที่ไม่เคยได้รับชัยชนะแต่ที่ได้รับความเสียหายกลับเป็นแดนเกิดของชนชาติเหล็กทุกที



"ไอ้วายุเทพบัดซบ"


เธอก่นด่าอย่างหงุดหงิด ก่อนจะหันไปตะโกนให้พวกลูกเรือเร่งมือกันหน่อย พายุยังคงเดินหน้าตรงมาที่เกาะทุกวินาที แต่เจ้าพวกงี่เง่านั่นกลับหาโอกาสอู้ทุกครั้งที่เธอไม่มอง


"ถ้าพวกเจ้ายังไม่หยุดอู้ ข้าจะส่งพวกเจ้าไปร่วมกองทัพของชลคตเทพให้หมด ศึกนี้ดูท่าไอ้วายุเทพนั่นจะพากำลังรบมาเยอะ ถ้าท่านเทพผู้จมนำได้เห็นหน้าพวกเจ้าในห้องโถงของพระองค์คงจะดีใจพิลึก!"หญิงสาวผู้มีเรือนร่างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามจนถูกเข้าใจผิดเป็นชายหน้าสวยได้ง่ายๆว่าพลางชี้หน้าเหล่าคนที่เธอสังเกตหลายรอบว่าเนียนอู้เป็นเชิงบอกให้พวกนั้นรู้ตัวว่า "ข้าเห็นเจ้านะ"


ก่อนที่จะชักมีดสั้นที่เหน็บอยู่ข้างเอวเป็นเชิงขู่


....เพียงเท่านั้นเหล่านักรบที่อู้อยู่เมื่อซักครู่ก็รีบเด้งตัวช่วยกันแบกของด้วยท่าทางขยันขันแข็งแตกต่างจากคราแรกหลายเท่าตัวอย่างเห็นได้ชัด


ไอส์ลาส่งเสียงหึขึ้นจมูก พลางพึมพำดูถูกนักรบกลุ่มนั้นกับตัวเองก่อนจะเบือนดวงตาสีหมอกเหลือบมองไปทางลอร์ดสพอร์ตท่าเรือสำคัญของเหล่าอโยชาติซึ่งเรือหลายลำของเกาะเหล็กกำลังเทียบท่าอยู่ เหล่าลูกเรือต่างกำลังช่วยกันหุบใบเรือส่วนอีกส่วนเดินตรวจตราเช็คว่าเชือกที่ยึดเรือไว้กับบกแน่นพอมั้ย


หญิงสาวยกท่อนแขนขึ้นมาปาดเหงื่ออกจากหน้าผากตัวเอง


ร้อนชะมัด


อากาศร้อนอบอ้าวมาได้สองสามวันแล้ว ความผิดปกตินี้เป็นสัญญาณเตือนที่ชาวอโยชาติทุกคนรู้กันดีว่ามันหมายถึงอะไร ความร้อนที่ทำให้เนื้อตัวเหนอะหนะเพราะเหงื่อที่ไหลชุ่ม ความไม่สบายตัวในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาทำให้เธออารมณ์เสียง่ายกว่าเดิม


พายุกำลังจะมา


อีกไม่กี่ชั่วโมง..


ไอส์ลามั่นใจว่านี้เป็นแผนการของเจ้าวายุเทพนั้น ทำให้เหล่าผู้นับถือศัตรูของตนอ่อนกำลัง ก่อนจะนำทัพบุกเข้าโจมตี จัดการเหล่าผู้สักการะชลคตเทพให้ได้มากที่สุด พวกมันจะได้เลิกส่งกำลังทัพไปให้เทพจมนํ้าสักที


เฝ้าคาดหวังว่าสักวันชัยชนะจะเป็นของตน...


งี่เง่าที่สุด


เพราะเห็นว่าพวกเราเป็นมนุษย์ ตนเป็นเทพ คิดจะทำลายอย่างไรก็ได้


เจ้าวายุเทพนั้นดูถูกอโยชาติเกินไป


เพราะผู้ตายจะไม่ดับสูญ


แต่จะฟื้นคืนมา


แกร่งและกร้าวยิ่งกว่าเดิม


You know nothing...


Storm God


----


  พายุสงบลง


  วิวทิวทัศน์ที่เห็นวันนี้ต่างจากเวลาไม่กี่ชั่วโมงก่อนลิบลับ..


  ที่พักของไอส์ลาอยู่ห่างจากจุดที่พายุเข้าปะทะกับเกาะพอสมควร


  และนั้นดูเหมือนจะเป็นโชคดีของเธอที่่พายุไม่หอบเรือขึ้นมาจากท่าและโยนมันลงบ้าน...


เหมือนกับตัวกระท่อมที่เธอเพิ่งเดินผ่านมาเมื่อครู่นี้....


และเพียงเมื่อหญิงสาวเดินขึ้นพ้นเนินที่สามารถมองเห็นทั้งลอร์ดสพอร์ทได้...


เธอก็เห็น“ความวินาศ”



ลอร์ดสพอร์ท


ท่าเรือสำคัญของหมู่เกาะเล็ก สถานที่ที่เรือของกองทัพปีศาจแห่งอโยชาติเทียบท่า...


บัดนี้สิ่งที่หลงเหลือคือสภาพเรือจำนวนมากที่เสียหายหนัก เรือบางส่วนที่เคยอยู่หายไป บางลำก็จมลงไปใต้นํ้าเหลือให้เห็นเพียงเสากระโดงเรือที่หักครึ่งจนดูไม่ได้ เศษซากไม้และสัตว์นํ้าตายลอยขึ้นมาเหนือผิวนํ้า...


       เสียงร้องโอดโอยดังขึ้นมาจากทุกทิศทาง รอบๆท่าเรือเป็นที่อาศัยของคนจำนวนมาก ไม่แปลกที่นอกจากความเสียหายเรื่องเรือภาหนะของชาวอโยชาติแล้ว หลายชีวิตเองก็ได้ดับสูญไปจากศึกของเทพเจ้าเมื่อคืน


        หญิงสาวหัวเราะขื่นๆในลำคอ


        อูลริค ไพค์..


        ตกลงแกได้ทำประโยชน์ให้ทัพของชลคตเทพไหมวะ


        ทำไมแกตายแล้วพายุรอบนี้ถึงรุนแรงที่สุดในรอบสิบปีวะ


        หรือเจ้านั่นจะไม่ได้เอาเวลาไปสู้ แต่อู้สังสรรค์กับพวกนางเงือกในห้องโถง


        เสียงเรียกขอความช่วยเหลือจากนักรบด้วยกันเองดึงเธอให้หลุดออกจากภวังค์ ไอส์ลาถอนหายใจเฮือกด้วยสีหน้าหงุดหงิด จะมานึกด่าคนตายตอนนี้ก็เสียเวลาเปล่า ในตอนนี้เธอมีสิ่งที่ต้องทำมากกว่าจะมาระลึกถึงคนตาย


       ไว้ทุกอย่างเสร็จแล้วค่อยกลับมาด่าเจ้าอูลริค ไพค์นั่นต่อ


       กัปตันแห่งกองทัพปีศาจอโยชาติซะเปล่าทำเสียหน้าได้ไงวะ!!


       ------


       "เอ้า หนึ่ง สอง ฮึ่บ!!"


        ไอส์ลาออกแรงยกเรือที่กำลังทับซากของสิ่งที่เคยเป็นบ้านคนมาก่อนพร้อมเพรียงกับนักรบชายฉกรรจ์อีกแปดคน แขนทั้งสองเกร็งแน่นจนเส้นเลือดปูดขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด เสียงร้องอีกๆของนักรบที่กำลังพยายามดึงร่างของคนที่ถูกทับอยู่ใต้กองซากไม้ทำให้พวกเธอต้องออกแรงมากขึ้น หญิงสาวขบกรามแน่นจนตัวสั่น ใบหน้าแดงกํ่าและสั่นระริก ถึงแม้อากาศจะเย็นลงเมื่อพายุผ่านไปแล้วแต่ร่างของนักรบที่กำลังออกแรงกู้ชีพชาวอโยชาติต่างอยู่ในสภาพเหมือนผ้าขี้ริ้วชุ่มนํ้า.. ซึ่งก็คือเหงื่อของพวกเธอเอง


         การออกช่วยเหลือผู้คนกินเวลาไปแล้วเกือบทั้งวัน กระนั้นผู้คนที่ยังคงสูญหายอยู่กลับมีจำนวนมาก

      

          และคนที่ออกช่วยเหลือที่กระจายออกไปแต่ละพื้นที่กลับมีไม่เพียงพอ


         "ได้แล้วๆๆ เอาเปลมา!! เร็ว!!!!!"


          ไอส์ลากลั้นหายใจแขนทั้งสองพยายามต้านนํ้าหนักของเรือที่ถูกถ่วงให้หนักกว่าเดิมด้วยแรงโน้มถ่วงของโลก เมื่อได้รับสัญญาณหญิงสาวก็ปล่อยเรือทิ้งอย่างไม่สนใจ ยังไงสภาพก็พังจนไม่สามารถนำกลับมาใช้ได้อีกแล้ว จะมาถนอมอะไรอีก


          ร่างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามจนทำให้ยากจะแยกออกว่าเป็นหญิงทิ้งตัวลงนั่งพิงกับพื้นอย่างหมดแรง แขนทั้งสองข้างสั่นระริกเหตุเพราะถูกใช้งานหนักมาไม่หยุดหย่อนตลอดทั้งวัน นักรบหนุ่มยื่นถุงหนังบรรจุนํ้าซึ่งเธอก็ยื่นมือหนาที่เต็มไปด้วยรอยแผลเอื้อมไปรับมาดื่มแต่โดยดี ก่อนจะยกถุงหนังขึ้นเทนํ้ารดใบหน้าตัวเอง  อย่างน้อยก็ช่วยชะล้างความเหนอะหนะออกทำให้สดชื่นได้ หญิงสาวเขยิบที่ให้นักรบหนุ่มทรุดลงนั่งข้างๆ


          "เหนื่อยฉิบหายเลย ยิ่งกว่าไปรบเป็นวันอีกว่ะ"

           ดวงตาสีเทาเหลือบมองโรเบิร์ต นักรบผู้เป็นนายท้ายเรือ Bloody Bitch ซึ่งตนคุมอยู่นิ่งๆก่อนจะเหยียดยิ้มหึออกมานิดแต่ไม่ได้ตอบกลับอะไร ปล่อยให้อีกฝ่ายพูดต่อไป ไม่ตอบ แต่ก็ไม่ขัด

          "เนี่ยเว้ย ข้าได้ยินจากพวกนักรบที่ไปช่วยพวกอัศวินว่าเลดี้เกรย์จอยบาดเจ็บ" ไอส์ลาเลิ่กคิ้วนิด เลดี้ผู้ปกครองหมู่เกาะเหล็กไหลเคียงคู่กับลอร์ดเกรย์จอยคนนั้นเนี่ยนะบาดเจ็บ? เธอเคยได้พบสาวเจ้าตรงๆอยู่หลายครั้ง ทุกครั้งที่พบเจอเธอมักสัมผัสได้ถึงความน่าเกรงขามที่แผ่มาจากตัวหญิงสาว เธอไม่กังขาเรื่องที่เลดี้เป็นทัลลี


เพราะนั่นก็แค่ ‘เคย’


จะไปสำคัญอะไรในเมื่อสาวเจ้าสามารถแบ่งเบาภาระงานของลอร์ดเซอร์ดิค เกรย์จอยได้อย่างดีเยี่ยม  ถึงจะเคยเป็นปลามาก่อนแต่อีกฝ่ายก็ได้เปลี่ยนครีบเป็นหนวดแทนแล้ว

         

จากปลาทัลลีกลายเป็นสัตว์ร้ายแห่งทะเล..


 

คราเคน


“แล้วเจ้าแบล็กฟอร์ดที่เคยอยู่เรือเดียวกับเจ้าล่ะวะ ข้าเห็นมันเป็นอัศวินเดินตามเลดี้แกต้อยๆอย่างกับหมา มันหายไปไหนวะถึงปล่อยเลดี้คนสำคัญของเราบาดเจ็บได้?”


ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ที่นักรบอีกแปดคนได้เข้ามานั่งแจมบทสนทนา จากการคุยกันแค่สองคนก็กลายเป็นวงล้อมซุบซิบเรื่องของอัศวินบกพร่องทางหน้าที่ไปเสียแล้ว ไอส์ลาเพียงไหวไหล่นิดอย่างไม่นึกใส่ใจอะไร ก็แค่การแลกเปลี่ยนข่าวสารกันนิดหน่อย คราวนี้เธอจะไม่ทักแล้วกันว่าพวกมันกำลังทำเหมือนพวกอิตัวที่เธอเคยไปใช้บริการ


ซุบซิบกันอย่างกับผู้หญิง


มือกร้านเอื้อมไปคว้าถุงหนังบรรจุนํ้าของเจ้านักรบหน้าเหี้ยมตอนที่อีกฝ่ายเผลอ ก่อนจะยกขึ้นกระดกดื่ม


ฮ้า


สดชื่น


“ข้าได้ยินว่าไอ้หมอนั่นมันหายไปตอนกลางคืนว่ะ”


“เอ่อๆ ข้าเห็นๆ เจ้าแบล็กฟอร์ดนั่นมันออกมาหาน้องมันเมื่อคืน ชื่อไรวะ ข้าได้ยินกัปตันเรียกว่ากอร์เดน”


“กอร์ดี้ต่างหากไอ้เบื๊อก แกจะไปจำอะไรที่กัปตันแกเรียกวะ เคยเรียกถูกที่ไหน”


เสียงพูดคุยของเหล่าเพื่อนนักรบดูห่างไกลไปเมื่อหญิงสาวค่อยๆจมลงกับความคิดของตน


ออสวัลด์ แบล็กฟอร์ดแห่งแบล็กไทด์


อดีตเคยเป็นนักรบมาก่อนเมื่อสี่ปีที่แล้ว ก่อนที่อีกฝ่ายจะผันตัวไปเป็นอัศวินรับใช้เกรย์จอย ทั้งๆที่ได้เอ่ยคำสัตย์ปฏิญาณไปแล้ว แต่ดูสิว่าเจ้าสุนัขนั่นทำหน้าที่ดีแค่ไหน


ปล่อยให้เลดี้เกรย์จอยบาดเจ็บข้อเท้าพลิกเข้าใน ส่วนตัวเองไปหาน้องชาย


ไร้ประโยชน์สิ้นดี


“ว่าแต่พายุครั้งนี้แรงจังว่ะ..”


ไอส์ลาเงยหน้าขึ้นมองนักรบที่นั่งอยู่ตรงข้ามตน ก่อนจะพยักหน้าอย่างเห็นด้วย


ความเสียหายครั้งนี้ใหญ่หลวง...


        รุนแรงยิ่งกว่าพายุครั้งไหนๆที่เธอเคยประสบ


&ldquo