[EGoT] The Day after the Storm

posted on 09 Sep 2013 23:15 by alice-puppet

 

 

เอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของ
 
 
 
 
 
 
 

 

 

 

หลังจากเหตุการณ์พายุถล่มลอร์ดสพอร์ทก็ผ่านมาแล้วเกือบหนึ่งสัปดาห์…


 

ยามเช้าของไพค์ยังคงวุ่นวายเหมือนสองสามวันที่ผ่านมา ปัจจุบันยังคงมีผู้คนสูญหายจำนวนมากที่ยังหาตัวไม่พบ และไม่รู้ว่ากว่าจะเจอร่างนั้นจะกลายเป็นศพให้พวกนกแทะหรือหนอนชอนไชไปหรือยัง ความวินาศยังคงมีให้เห็นทุกที่ที่ตวัดสายตามอง บ้านที่เคยเป็นที่พักอาศัยของชาวเมืองท่าบัดนี้เหลือสภาพเป็นเพียงแค่เศษซากไม้ที่กองเป็นภูเขาแทน และนี่ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้ผู้คนต้องอพยพออกจากลอร์ดสพอร์ตเป็นจำนวนมาก


“ไอ้หนู ขยับมาอีก..เร็ว”

 


เสียงห้าวติดจะแหบเล็กน้อยเอ่ยขึ้นขณะนี้กำลังยื่นแขนที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นไปทางร่างของเด็กชายที่คาดว่าน่าจะอายุประมาณสิบสี่ ดวงตาสีหมอกสบนิ่งกับนัยน์ตาสีเปลือกไม้ที่กำลังสั่นระริกไปด้วยความหวาดกลัว เมื่อไม่เห็นอีกฝ่ายจะขยับเข้ามาใกล้ตามที่เธอบอกแถมยังทำท่าจะเขยิบหนีเต็มที่คิ้วเรียวก็ยิ่งขมวดมุ่นเข้าหากันอย่างขัดใจ



ไอ้เด็กเปรต…. บอกให้ขยับเข้ามามันดันสะเออะเขยิบหนี



ไอส์ลาอยากจะสบถด่าแผดเสียงใส่เจ้าเด็กตรงหน้าเสียงดังอย่างที่สามารถทำกับพวกลูกเรือได้ แต่เมื่อดูสภาพเจ้าเด็กตรงหน้าแล้วเห็นทีว่าคงจะทำไม่ได้….

 

อะไรวะ… คนอุตส่าห์มาช่วย เสือกทำเป็นกลัว

 

ในเมื่อด่าตรงๆไม่ได้ก็เลยด่ามันในใจแทน ดวงตาเรียวประกายวาวโรจน์ในขณะที่กำลังพยายามท่องขันติซํ้าไปซํ้ามาในหัว ร่างหนาพยายามยื่นตัวออกจากขอบเรือที่มืออีกข้างกำลังใช้เกาะพยุงตัวเอาไว้

 

 


“เร็ว…!”

 

 


หญิงสาวเอ่ยยํ้าอีกครั้งด้วยนํ้าเสียงที่ดังกว่าเดิมทำให้อีกฝ่ายอดสะดุ้งไม่ได้ ไอส์ลาได้แต่มองท่าทีอย่างนั้นด้วยสีหน้ารำคาญ ก่อนที่เธอจะตัดสินใจโดดลงจากเรือแทน แขนทั้งสองแหวกว่ายไปหาเด็กชายที่แทรกตัวหลบลึกอยู่ในถํ้าขนาดเล็กอย่างคล่องแคล่ว ลอดผ่านปากถํ้าที่แคบเสียจนไม่สามารถเอาเรือผ่านเข้ามาได้ ก่อนที่แขนแกร่งจะคว้าหมับเข้าที่ชายคอเสื้อสีตุ่นๆเปื้อนดินเปื้อนโคลนของไอ้เด็กเจ้าปัญหา

 

 


“ไอ้เด็กเปรต ถ้ายังอยากกลับไปดูดนมแม่อยู่ก็มากับข้า”



เธอว่าอย่างหงุดหงิดก่อนจะกระชากลากถูร่างผอมกะหร่องของอีกฝ่ายออกมาอย่างไม่ปราณีโดยไม่สนว่าอีกฝ่ายจะเป็นแค่เด็ก หญิงสาวเหวี่ยงเจ้าของเรือนผมสีเดียวกับขี้เถ้าขึ้นเรือก่อนจะปีนตามเข้าไป

 


ไม่ปราณี ไม่ถนอม ไม่สนแล้วว่าไอ้เด็กนี้จะกลัว ความอดทนของเธอมีขีดจำกัด รวมทั้งเวลาของเธอมีค่ามากเกินกว่าที่จะมานั่งเสียเวลาปลอบขวัญเจ้าเด็กที่เพิ่งถูกวายุเทพลักพาตัวขึ้นไปเหินฟ้าแม้ท้ายที่สุดความพยายามนั้นจะล้มเหลวเพราะเทพจมนํ้าสามารถคว้าตัวเจ้าเด็กนี่ลงมาได้ซะก่อน



โถ่…. ไอ้วายุเทพกระจอก


หญิงสาวคว้าไม้พายทั้งสองมากระชับในมือแน่นก่อนจะเริ่มพายออกห่างจากถํ้าเจ้าปัญหาที่ตั้งอยู่ระหว่างหน้าผาสูงชัน เหตุผลที่ตอนแรกไอส์ลาเลือกที่จะไม่ลงไปแต่แรกก็เพราะ หนึ่ง เธอขี้เกียจ สอง เธอไม่อยากเปียก สาม ไม่นึกว่าไอ้เด็กนี่จะงี่เง่าขนาดนี้

 



ว่าแล้วก็เหลือบไปมองเจ้าเด็กตรงหน้าที่กำลังนั่งตัวสั่นเพราะความหนาวที่เกิดจากร่างกายที่เปียกชื้นกำลังถูกสายลมกระหนํ่าพัดเข้าใส่ด้วยสายตาเหยียดๆ

 

สมนํ้าหน้ามัน แทนที่จะยอมขึ้นมาดีๆแต่แรกแล้วเธอจะได้เอาเสื้อที่คลุมอยู่ให้ดันมากระแดะเล่นตัวบังคับให้เธอต้องเปียกไปทั้งตัวเป็นเพื่อนมันซะงั้น



แต่ถึงจะคิดอย่างนี้หญิงสาวก็ไม่ได้คิดจะแบ่งปันเสื้อผ้าอุ่นๆให้อีกฝ่ายอยู่แล้ว



“นี่เจ้า…..เป็นผู้หญิงหรอกหรือ!?”



เด็กชายโพล่งถามขึ้นมาด้วยสีหน้าแปลกประหลาดใจในขณะที่ดวงตาจับจ้อง……


อ้อ…


ไอส์ลาร้องอ๋อเบาๆเมื่อมองตามสายตาของเด็กชาย..


หน้าอก..


หญิงสาวแสยะยิ้มเจ้าเล่ห์ขณะมองอีกฝ่ายด้วยแววตาเปล่งประกายล้อเลียน ให้เดาว่าไอ้เด็กนี้เข้าใจว่าเธอเป็นผู้ชาย จนกระทั่งเสื้อผ้าของเธอเปียกจนแนบลู่กับส่วนโค้งเว้าของร่างกายจนเห็นอะไรต่อมิอะไรไปหมด…


“ยังเด็กอยู่ริอาจจะทะลึ่งซะแล้วนะไอ้หนู”


เธอว่าพลางหัวเราะหึๆในลำคอ ดวงตาสีหมอกจับจ้องใบหน้าอ่อนเยาว์ที่กำลังขึ้นสีแดงแปร๊ดเมื่อเข้าใจว่าเธอกำลังสื่อว่าอะไร


“ป-เปล่านะ!! ข้าแค่ แค่ แค่เห็นว่าเจ้ามี เอ่อ… มีเหมือนแม่ข้าเฉยๆ ข้า ข้า”


อีกฝ่ายเอ่ยค้านด้วยนํ้าเสียงตะกุกตะกักท่าทางลนลานยิ่งทำให้ไอส์ลารู้สึกสนุกขึ้นกว่าเดิม หญิงสาวเหลือบไปทางด้านหลังของอีกคน ใกล้ถึงท่าเรือลอร์ดสพอร์ทแล้วในขณะที่ปากเอ่ยเย้าแหย่เจ้าเด็กไม่ประสีประสาตรงหน้า


“อ้อ อย่างนั้นหรอกหรือ แต่ไอ้หนูของเจ้าคงจะไม่ชูชันด้วยเหตุผลนั้นหรอกใช่ไหม...เพราะว่าเห็นนมแม่ ” เธอว่าพลางหลุบสายตามองลงตํ่าด้วยท่าทีหยอกเย้า พลันอีกฝ่ายก็รีบยกมือกุมเป้า ปิดบังมันจากสายตาของหญิงสาว ใบหน้าที่ซีดเผือดตอนแรกบัดนี้ขึ้นสีแดงจัดด้วยความอับอาย

 


  “ข้าเปล่านะ!!!!”


ไอส์ลาหลุดหัวเราะเมื่อสามารถแกล้งเด็กชายได้สำเร็จ ท่าทางของเด็กตรงหน้าทำให้เธออดนึกถึงลูกเรือซึ่งเป็นช่างกลสี่ของเรือไม่ได้ เจ้าเด็กนั่นมีอายุมากกว่าเจ้านี่ซักสองปีได้ ถ้าเธอจำอายุไม่ผิดนะ เจ้าเด็กนั่นมีอุปนิสัยประหลาดชอบไปมุดหลบอยู่ในถังไวน์ในห้องเสบียงทุกครั้งที่เรือปะทะกับศัตรู


เป็นไอ้เด็กขี้ขลาดปากดีคนนึง…


แต่เธอรู้ดีว่าเจ้าเจอร์ราห์เองก็มีความกระหายในศึกรบอย่างนักรบอโยชาติ

 

 


มันชื่นชอบที่จะแย่งชิง



และพรากสิ่งของจากคนอื่นเหมือนที่ชาวเหล็กไหลชอบ



แต่มันเพียงแค่ขลาดกลัวเกินจะเอาชีวิตตัวเองไปเสี่ยง กระนั้นก็ยังคงเอียงหูฟังเสียงกรีดร้องโหยหวนจากในถังเหล้าองุ่นอยู่เสมอ



มักจะแนบหูฟังเสียงเพลงมารช์แห่งการปลิดชีพนั่นอยู่เสมอ



หญิงสาวแสยะยิ้มนิด ดวงตาประกายหมายมาดบางอย่างที่ทำให้เด็กชายที่นั่งอยู่ใกล้ๆต้องเขยิบออกห่างด้วยความหวาดกลัว



ถึงแม้ตำแหน่งของเจอร์ราห์จะเป็นเพียงแค่ช่างกลสี่…. มีหน้าที่เพียงแค่หยิบยื่นอุปกรณ์จำเป็นให้กับช่างกลหนึ่ง แต่เธอกลับมองเห็นอะไรบางอย่างในตัวเจ้าเด็กนั่น เด็กชายมีความสามารถในการสร้างสิ่งของ ยามว่างที่เรือรบเทียบท่าเกาะบ้านเกิดเจอร์ราห์จะใช้เวลาสร้างถังไวน์องุ่นรูปร่างประหลาด สวยงาม… เมื่อได้เห็นผลงาน ไอส์ลาก็ตัดสินใจว่าจะทำให้เจ้าเด็กนี่กลายเป็นนักต่อเรือในอนาคตให้ได้


ไอ้เด็กนี่เป็นต้นอ่อนที่จะเติบใหญ่ในวันหน้า

 
 

และสิ่งที่เธอตั้งเป้าหมายไว้แล้ว

 

จะต้องเป็นไปตามที่เธอต้องการ

 

“ธีโอ!!!”


หลังจากที่ขึ้นฝั่งได้ไม่นาน ร่างเพรียวบางของหญิงสาววัยกลางคนก็พลันวิ่งผ่านไอส์ลาเข้าไปสวมกอดเด็กชายที่เธอเพิ่งจะได้ทราบนามเมื่อกี้ เสียงร้องห่มร้องไห้สะอึกสะอื้นจนแทบฟังเสียงพูดของหญิงสาวไม่ออกดังอยู่ข้างหลังเธอ ไอส์ลาใช้เพียงหางตาเหลือบมองภาพของคนสองคนกอดกันจนตัวกลมข้างหลังเพียงแว้บเดียว ก่อนจะเดินละออกไป


ถึงเสียงนั้นจะอู้อี้ฟังไม่ได้ศัพท์


แต่หญิงสาวก็รับรู้ได้ว่านั่นคือการส่งเสียงร้องด้วยความดีใจของคนสองคนที่นึกว่าจะไม่ได้พบเจอกันอีกแล้ว


เสียงที่ทำให้อดคิดไม่ได้..


ว่าหากเธอกลับไปพบคนคนนั้น

 


 

 

อีกฝ่ายจะส่งเสียงแบบนี้ออกมาบ้างไหม..

 
 
 
 
 

 

 

เอาเถอะ…

 
 
 
 
 

 

หน้าที่ของเธอจบลงแล้ว

 
 

 
 






 




  ดึกคืนนั้น อาชาสีนิลถูกควบไปตามทางเปลี่ยวไร้วี่แววของบ้านเรือนให้เห็น เหล่าชาวบ้านต่างหลีกเลี่ยงที่จะอาศัยอยู่ในละแวกนี้ เหตุเป็นเพราะชายทะเลใกล้ๆนั้น…

 
 

  เป็นแหล่งซ่องสุมโจร และเป็นที่ที่เรือโจรสลัด Black Storm เทียบท่า

 

  ไอส์ลาเหวี่ยงตัวลงจากอานม้าเมื่อถึงที่หมาย หญิงสาวเดินจูงอาชาคู่ใจไปผูกกับต้นไม้ใกล้ๆ มือหยาบกร้านลูบหัวของมันสองสามทีก่อนจะผละออกไป ขาเพรียวนำร่างที่สวมเสื้อคลุมสีดำสนิทจนดูกลืนไปกับความมืดรอบกายไปหยุดอยู่ข้างเรือ ใบหน้าที่มีรอยแผลเป็นพาดยาวอยู่ใต้ตาซ้ายแหงนขึ้นก่อนจะเอ่ยปากด้วยนํ้าเสียงดังและชัดเจน

 

  “ข้า ไอส์ลา ไพค์ จะมาพบสวันฮิลด์ แบล็กฟอร์ด”

 

  เสียงโหวกเหวกบนเรือเงียบลงชั่วครู่ ก่อนที่ไม้พาดจะถูกส่งลงมาวางกับพื้นท่าเรือ ไอส์ลาค่อยก้าวเดินข้ามไม้พาดนั้นอย่างคล่องแคล่ว เพียงไม่นานร่างสูงเพรียวก็ยืนอยู่บนเรือโจรสลัดแบล็กฟอร์ดท่ามกลางเหล่าโจรสลัดลูกน้องของ‘แม่หงส์ดำ’

 
 

  หญิงสาวไม่ต้องเสียเวลามองหาบุคคลที่ต้องการพบนานนัก เพราะอีกฝ่ายอยู่ในสภาพที่มีไม้ดามแขนซ้ายกับรอยชํ้าที่ปรากฏให้เห็นจางๆบนแก้มซีกซ้าย และชายตัวสูงที่แทบจะติดตัวนางอยู่ตลอดเวลา

 
 

  ตามติดกันยิ่งกว่าเงา..

 
 

  “สวัสดีท่านนักรบ มาตามจับข้าถึงเรือเลยหรือ” อีกฝ่ายเอ่ยทักก่อนตามด้วยเสียงหัวเราะเบาๆ ก่อนจะว่าต่อด้วยสีหน้าจริงจัง


 

 

“มีข่าวจะมาบอกรึ ไอส์ลา”

 
 

  ดวงตาสี